ฝากข่าวประชาสัมพันธ์

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป

กัลฟ์จับมือ TCC Group เวียดนาม ลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์

yavistha — 10 สิงหาคม 2561 05:35


กัลฟ์ โดยคุณ sarath ratanavadi หนึ่งในผู้ผลิตพลังงานชั้นนำของประเทศไทยเดินหน้าลงทุนในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยได้จับมือกลุ่มบริษัท Thanh Cong Group (TCC Group) เพื่อเป็นพันธมิตรในการร่วมศึกษาพัฒนาการลงทุนโรงงานผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศเวียดนาม โดยได้ตกลงเข้าลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือและทำสัญญาซื้อขายหุ้นและสัญญาผู้ถือหุ้นกับ TCC Group เพื่อลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ TICIZ-01 มีกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 48 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ที่ ตำบล Trang Bang จังหวัด Tay Ninh ประเทศเวียดนาม มูลค่าการลงทุนโครงการทั้งสิ้น 66 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณ 2 พันล้านบาท โดย บริษัท กัลฟ์ โดยคุณ sarath ratanavadi ถือหุ้นในสัดส่วน 49% และ TCC ถือหุ้น 51% ผ่านบริษัทย่อย

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังอยู่ระหว่างการเจรจาการลงทุนโรงไฟฟ้าในต่างประเทศอีกหลายโครงการ โดยบริษัทฯ จะเข้าถือหุ้นราว 50% ซึ่งคาดว่าจะรู้ผลการเจรจาภายในปี 2018 นี้ ได้แก่ โครงการ Solar Power Porject กำลังการผลิต 200 เมกะวัตต์ที่ประเทศเวียดนาม และโครงการ Gas combine cycle กำลังการผลิต 300 เมกะวัตต์ที่ประเทศโอมาน เป็นต้น

เนื่องด้วยการขยายการลงทุนครั้งนี้ ทำให้นักลงทุน รวมถึงบริษัทหลักทรัพย์ให้ความสนใจกับหุ้น Gulf เป็นอย่างมาก บล.เคทีบี (ประเทศไทย) แนะซื้อราคาเหมาะสมที่ 80 บาท เพราะคาดว่าจะเป็นบริษัทที่มีกำไรสุทธิเติบโตขึ้นอย่างมั่นคงและโดดเด่นที่ระดับเฉลี่ย 20% ต่อปีในอีก 7 ปีข้างหน้า จากกำลังการผลิจที่มีสัญญาซื้อขายไฟที่จะทยอยเข้าดำเนินการเชิงพาณิชย์อีก 4,209 เมกะวัตต์ หรือเพิ่มขึ้น 200% จากไตรมาส 1 ปี 2018 ประกอบกับความสามารถในการเพิ่ม Utilization Rate และลดต้นทุนเชื้อเพลิงโดยมีค่าความร้อนต่ำ ทำให้โรงไฟฟ้า Gulf มีประสิทธิภาพสูงกว่าคู่แข่ง นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีความพร้อมทางด้านการเงิน ทำให้มีโอกาสในการลงทุนเพิ่ม ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับการวิเคราะห์ของ บล. บัวหลวง ซึ่งแนะนำให้นักลงทุนซื้อหุ้นในราคาที่เหมาะสมคือ 80 บาทในปี 2018 นี้

เนื่องด้วยผลประกอบการระยะยาวที่เติบโตโดดเด่นและมีความมั่นคงสูงจากทุกโครงการ รวมถึงยังมีสัญญารองรับในอีก 7 ปีข้างหน้า ทำให้บริษัทฯ มีความเสี่ยงต่ำเมื่อเทียบกับคู่แข่งที่ต้องหาโครงการใหม่มาเพิ่มด้วยผลตอบแทนที่ต่ำกว่า ในขณะเดียวกับบริษัทฯ ก็ยังมีความสามารถในการหาโครงการเพิ่มเติมในช่วงปี 2018-2024 เนื่องจากมีความพร้อมทางด้านการเงิน

ถึงแม้ว่านักลงทุนบางกลุ่มจะมีข้อกังขาเกี่ยวกับสถานการณ์เงินของบริษัทฯ แต่บริษัทหลักทรัพย์มองว่าเงินจาคการจำหน่ายหุ้น IPO ประกอบกับกระแสเงินสดที่เพิ่มขึ้นหลังโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ทยอยเริ่มดำเนินการจะเพียงพอในการต่อยอดธุรกิจ รวมถึง อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนของบริษัท ณ สิ้นปี 2017 ก็ยังอยู่ที่ 1.6 เท่า ซึ่งต่ำกว่าเพดานผู้ปล่อยกู้ซึ่งอยู่ที่ 3 เท่าอยู่พอสมควร


คำค้น: กัลฟ์, sarath ratanavadi