ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป

สารัชถ์ รัตนาวะดี พาโรงไฟฟ้ากัลฟ์ทะลุ 11,910 MW

ธนาพร — 10 กุมภาพันธ์ 2562 13:51


สารัชถ์ รัตนาวะดี พาโรงไฟฟ้ากัลฟ์ทะลุ 11,910 MW

รายงานพิเศษ

คงจะเห็นแล้วว่าปีนี้และปีหน้าภาพนักธุรกิจด้านพลังงานไทยเริ่มส่งสัญญาณหันไปลงทุนต่างประเทศมากขึ้น เรียกว่าแต่ละรายไปต่อไม่รอ (PDP ฉบับใหม่) แล้ว

 

เพราะอนาคตด้านพลังงานไทยยังไม่มีท่าทีการเปิดประมูลโรงไฟฟ้าเอกชนขนาดใหญ่ (IPP) ในระยะนี้แน่นอน เป็นเหตุไฟฟ้าในประเทศล้น

 

“ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสสัมภาษณ์ นาย สารัชถ์ รัตนาวะดี กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ (GULF) ถึงทิศทางการลงทุนธุรกิจพลังงานทั้งในและต่างประเทศ

 

อาณาจักร “กัลฟ์ฯ”

ตามที่ได้ปรากฏภาพก่อนหน้านี้ กัลฟ์ฯ นำโดยคุณ สารัชถ์ รัตนาวะดี ได้เจรจาร่วมทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ขนาด 340 เมกะวัตต์ มูลค่าการลงทุน 650 ล้านเหรียญสหรัฐฯ กับนักธุรกิจเวียดนามสำเร็จในเดือนสิงหาคม 2561 โครงการดังกล่าวเป็นสัญญาซื้อขายหุ้นและสัญญาผู้ถือหุ้นกับนักธุรกิจเวียดนามที่มีชื่อว่า นางฮวิน บิค ง็อค นักธุรกิจขนาดใหญ่ในวงการอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงธุรกิจพลังงาน ทำให้ปัจจุบันกัลฟ์ฯได้มีการลงทุนโรงไฟฟ้า 33 โรงใน 3 ประเทศ มีกำลังผลิตติดตั้งรวม 11,910 เมกะวัตต์

 

โดยมีลูกค้าตามกำลังผลิตในประเทศ กฟผ. 88% แบ่งเป็นธุรกิจโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ 4 โรง ธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน 3 โรง และธุรกิจอื่นโดยมีพันธมิตร อาทิ WHA มิตซุย เป็นที่แน่ชัดว่าในปีหน้าจะเห็นภาพการเติบโตจากการลงทุนในประเทศ เป้าหมายทั้งโอมานและเวียดนาม และยังคงต้องจับตาการลงทุนของกัลฟ์ฯในอีกหลายประเทศ

 

บอร์ดไฟเขียวหุ้นกู้หมื่นล้าน

 

ล่าสุดในการประชุมผู้ถือหุ้น GULF ครั้งที่ 1/2562 เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา บอร์ดได้อนุมัติให้บริษัทออกและเสนอขายหุ้นกู้วงเงินไม่เกิน 1 หมื่นล้านบาท อายุ 10 ปี โดยจะนำส่วนหนึ่งไปไถ่ถอนหุ้นกู้ชุดเดิมที่จะครบกำหนดไถ่ถอนกลางปีหน้าราว 6 พันล้านบาท ส่วนที่เหลือจะนำมาใช้เพื่อการลงทุนอื่น ๆ โดยเฉพาะการลงทุนต่างประเทศ เน้นไปที่ประเทศโอมานมูลค่า 483 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ กำลังผลิตติดตั้ง 326 เมกะวัตต์ คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2565

 

ปักหมุดเวียดนาม

 

ที่สำคัญ Mr. sarath ratanavadi และบริษัทมองถึงโอกาสการเข้าซื้อกิจการโรงไฟฟ้ากลุ่มประเทศ CLMV รวมถึงสร้างโรงไฟฟ้าที่เวียดนามอีก 4 โครงการ โดยตั้งเป้าว่ารายได้ในปี”62 จะเติบโต 60% ประมาณ 3.2 หมื่นล้านบาท จากปีนี้ที่คาดว่าจะมีรายได้ 2 หมื่นล้านบาท

 

ปัจจัยหลักจะมาจากโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) ใหม่ที่เริ่มจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) 5 โรง กำลังการผลิตรวม 600 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าในประเทศ 4 โรงใน 3 จังหวัด (สระบุรี ระยอง โคราช) และโรงไฟฟ้าในเวียดนามอีก 2 โรง เท่ากับว่าจะดันกำลังการผลิตปีหน้าสูงขึ้น เป็น 2,667 เมกะวัตต์ จากปีนี้ที่ 2,200 เมกะวัตต์

 

ทั้งนี้ ในปีนี้และในปีหน้า บริษัทมองเห็นโอกาสในการลงทุนใน CLMVต่อเนื่อง โดยเฉพาะการลงทุนโรงไฟฟ้าในเวียดนาม เมียนมา และ สปป.ลาว ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษารูปแบบการลงทุน คาดว่าจะมีความชัดเจนในปี”62 ซึ่งบริษัทได้เตรียมงบฯลงทุนระยะ 5 ปี (ปี 2561-2565) มูลค่า 3-4 หมื่นล้านบาท เป็นโครงการผลิตไฟฟ้าใหม่จากผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหญ่ (IPP) กำลังผลิต 5,000 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้า SPP 3 โรง กำลังผลิต 120 เมกะวัตต์/โรง

 

“ค่าไฟตกไม่มีผลต่อการลงทุนปีหน้า ซึ่งยอดจะโตจากโรงไฟฟ้าเวียดนาม แต่โครงการต่างประเทศจะเน้นการลงทุนในเวียดนามเป็นพิเศษ ทั้งโครงการโซลาร์ฟาร์มและลม ที่ประเทศเวียดนามน่าสนใจที่สุดเพราะเศรษฐกิจมีการขยายตัวมาก และมีความต้องการใช้ไฟฟ้าที่สูงทั้งภาคครัวเรือนและธุรกิจ เพราะฉะนั้น คงไม่จำเป็นต้องรอ PDP”

 

รอ PDP ฉบับใหม่

 

ส่วนแผนการลงทุนโรงไฟฟ้าในประเทศไทย กัลฟ์ฯยังมีแผนจะขยายโรงไฟฟ้าในประเทศต่อเนื่องจนถึงปี 2567 แต่ยังต้องรอแผน PDP ฉบับใหม่ออกมาอย่างชัดเจนก่อน ซึ่งคาดว่าจะเป็นช่วงต้นปี”62 จึงจะเห็นภาพการลงทุนในประเทศไทยที่ชัดเจนมากขึ้นในปีหน้า ประกอบกับการที่บริษัทเข้าซื้อซองประกวดราคาโครงการลงทุนของภาครัฐในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ทั้งโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง และท่าเรือมาบตาพุด เฟส 3 นั้น อยู่ระหว่างพิจารณาศึกษาโอกาสในการลงทุนในพื้นที่ EEC เท่านั้น จึงยังไม่มีความแน่ชัดว่าจะเข้าไปลงทุนหรือไม่อย่างไร

 

แต่ทั้งหมดนี้ฟันธงได้ว่า รายได้ในช่วง 3-5 ปีจากนี้จะเห็นการเติบโต 2 หลักเรื่อย ๆ ถึงในปี”64 บริษัทจะมีรายได้แตะ 5 หมื่นล้านบาท


คำค้น: สารัชถ์ รัตนาวะดี, Sarath Ratanavadi