ข่าวประชาสัมพันธ์บทความและความรุ้

“โรคเหงือกในเด็ก” ปัญหาสุขภาพในช่องปากที่ไม่ควรละเลย

Kidnario — 8 พฤศจิกายน 2561 06:46


ทันตแพทย์มักพูดเสมอว่า การรักษาโรคฟันนั้นง่ายกว่าโรคเหงือก เพราะเหงือกเป็นอวัยวะสำคัญที่มีความละเอียดอ่อน และจากข้อมูลล่าสุดเปิดเผยว่า 4 ใน 5 ของเด็กไทยมีปัญหาโรคเหงือก

 

พ่อแม่ผู้ปกครองจึงควรที่จะต้องทำความรู้จักกับโรคนี้อย่างจริงจัง เพื่อหาทางป้องกันไม่ให้เกิดกับลูกน้อย

 

สาเหตุของการเกิด “โรคเหงือก”

โรคเหงือกอักเสบในเด็กมีสาเหตุมาจากการขาดการดูแลรักษาความสะอาดช่องปากอย่างถูกวิธี มีการดูแลสุขภาพฟันที่ไม่เพียงพอ เช่น แปรงฟันไม่สะอาด ทำให้เกิดการสะสมของคราบจุลินทรีย์และหินปูน จึงประกอบไปด้วยเชื้อโรคจำนวนมากที่ทำให้เกิดเหงือกอักเสบ โดยมีอาการคือ เหงือกบวม แดง มีกลิ่นปากรุนแรงและมีเลือดออกเวลาแปรงฟัน หากไม่ได้รับการรักษาก็จะลุกลามจนทำลายกระดูกรอบรากฟัน จนฟันโยกและต้องถอนฟันในที่สุด

 

แบคทีเรีย.. ตัวการร้ายที่ต้องรีบกำจัด

ถ้าคราบแบคทีเรียไม่ถูกกำจัดออกไปเป็นประจำด้วยการแปรงฟันอย่างถูกวิธี ก็จะก่อให้เกิดสารพิษที่จะทำลายเนื้อเยื่อเหงือก และทำให้เกิดการอักเสบ ในช่วงแรกของโรคเหงือกนี้ สามารถรักษาให้หายขาดได้ เนื่องจากกระดูกฟันและเนื้อเยื่อที่เชื่อมต่อและยึดฟันไว้ยังไม่ถูกทำลาย แต่ถ้าทิ้งไว้นานโดยไม่ทำการรักษา อาการเหงือกอักเสบก็อาจกลายเป็นโรคปริทันต์ และทำให้เกิดความเสียหายกับฟันและขากรรไกรอย่างถาวร

 

หมั่นดูแลช่องปาก… ให้สะอาดอย่างสม่ำเสมอ

การดูแลความสะอาดของช่องปากและฟันที่ดีเป็นสิ่งสำคัญ และการทำความสะอาดโดยผู้เชี่ยวชาญก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน ถ้าหากพบว่ามีการสะสมตัวของคราบแบคทีเรียที่มากและแข็งจนกลายเป็นหินปูน ควรพบทันตแพทย์เพื่อให้ทำการขจัดออกคราบเหล่านั้น ซึ่งการดูแลเพื่อป้องกันโรคเหงือกสามารถทำได้โดยหมั่นดูแลสุขภาพช่องปากของลูกน้อยเป็นประจำ คุณแม่ควรเป็นผู้ช่วยในการช่วยแปรงฟันให้ลูกซ้ำ เพื่อให้บริเวณนั้นๆ สะอาด ขจัดคราบฟันออกให้หมด ซึ่งจะช่วยป้องกัน และบรรเทาอาการที่เกิดขึ้นได้

 

เหงือกอักเสบ… ก็รักษาได้

ส่วนการรักษาโรคเหงือกอักเสบ มีตั้งแต่การขูดหินปูน เกลารากฟัน จนไปถึงการผ่าตัด การรักษาจะซับซ้อนยุ่งยากมากขึ้นตามระดับความรุนแรงของโรค ดังนั้นการหมั่นไปพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพช่องปากเป็นประจำจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อที่จะได้ตรวจพบและรักษาโรคอย่างทันท่วงที

 

ทั้งนี้หัวใจของการรักษาโรค ก็อยู่ที่การดูแลรักษาสุขภาพช่องปากของเด็กตั้งแต่อายุยังน้อย ควรฝึกฝนเด็กให้หมั่นทำความสะอาดช่องปากให้สะอาดอย่างทั่วถึงและสม่ำเสมอ ก็จะสามารถป้องกันการเกิดโรคและป้องกันการลุกลามของโรคได้ รวมถึงควรจะพาลูกไปพบทันตแพทย์ทุกๆ 6 เดือน เพื่อรักษาสุขภาพของปากและฟันให้ดีอยู่เสมอ

 

หากสนใจหาพี่เลี้ยงเด็ก สามารถติดต่อสอบถามปรึกษาเรื่อง พี่เลี้ยงเด็ก, พี่เลี้ยงฟิลิปปินส์ ได้ที่
เว็บไซต์ : https://www.kidnario.com
Facebook : https://www.facebook.com/KiDNARIO


คำค้น: พี่เลี้ยงเด็ก, พี่เลี้ยงฟิลิปปินส์